ACNOTIN เป็นยากลุ่มอนุพันธ์ของวิตามินเอ ซึ่งประกอบด้วยสาร 1,3-cis retinoic acid ซึ่งรู้จักกันแพร่หลายในชื่อทางเคมี คือ Isoetinoi

การออกฤทธิ์ของยา

ที่สามารถรักษาสิวให้หายขาดได้ เนื่องจากมีผลต่อทุกปัจจัยที่มีส่วนที่ทำให้เกิดสิว ดังนี้

1) ลดการผลิตไขมัน(sebum)ที่ต่อมไขมัน ทำให้ผิวหน้ามันลดลง

2) ลดอัตราการเกิดสิวอุดตัน

3) ลดจำนวนแบคทีเรีย P.acne ที่ทำให้เกิดสิวอักเสบประมาณ 8-16 สัปดาห์ จะมีจำนวนเชื้อสิวที่ดื้อต่อยาปฏิชีวนะลดลงอย่างเห็นได้ชัด

4) กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ทำให้รอยแผลเป็น รอยหลุมสิว เรียบเนียนขึ้นได้

สอบถามข้อมูลที่ https://line.me/ti/p/@isu2904x

 

ขนาดของยาที่รับประทาน

มักเริ่มที่ วันละ 0.5 มก./ก.ก. หรือ ประมาณ 10 มก. ต่อวัน (โดยยาที่มีจำหน่ายทั่วไป มี 2 ขนาด คือ แคบซูล 10 มก. และ 20 มก.) และอาจจะเพิ่มขนาดยาจนถึง วันละ 1 มก./ก.ก. ถ้าอาการไม่ดีขึ้น และรับประทานต่อเนื่องจนมีขนาดยาสะสม คือ 120 มก.ต่อก.ก. ซึ่งใช้เวลาประมาณ 2 ปี แต่ส่วนใหญ่มักใช้ในรายที่มีสิวรุนแรง และอักเสบมาก กรณีที่เป็นไม่มาก แพทย์มักให้รับประทานระยะเวลาสั้นๆ 3-6เดือน แล้วหยุดยา ถ้ามีอาการขึ้นมาใหม่ถึงให้รับประทานยาต่อ และฤทธิ์ยาจะสะสมต่อเนื่อง

โดยทั่วไป 90% อาการสิวมักจะหายไปหลังการรักษา 3-6 เดือน และถ้ารับประทานต่อเนื่องจนมีขนาดยาสะสม คือ 120 มก.ต่อก.ก พบว่า 80% ของผู้ป่วยจะหายขาดไม่เป็นใหม่

 

ผลข้างเคียงและข้อห้ามใช้ยา

ผลข้างเคียงและข้อห้ามใช้ยา มีดังต่อไปนี้

– ริมฝีปากแห้ง คอแห้ง จมูกและตาแห้ง ผิวหน้าแห้งตึง

– สิวอาจเห่อได้ เมื่อรับประทานยาใน 1-4 สัปดาห์แรก – ห้ามใช้ยาในหญิงมีครรภ์ เนื่องจากทำให้ทารกในครรภ์พิการได้ ดังนั้นในสตรีวัยเจริญพันธ์ที่รับประทานยา แนะนำให้คุมกำเนิดร่วมด้วย และจะต้องหยุดยาอย่างน้อย 1 เดือนก่อน จึงจะตั้งครรภ์ได้

– ไม่แนะนำให้บริจาคเลือดขณะรับประทานยา กลุ่ม Retinoids

– มีอาการซึมเศร้าได้ หลังหยุดยาทันที แต่อัตราการเกิดน้อย ถ้าอยู่ในความดูแลของแพทย์

– รับประทานยาเกิน 6 เดือน ควรตรวจเลือด และร่างกายเกี่ยวกับการทำงานของตับ

ระดับไขมันในเลือด เพราะอาจจะทำให้ระดับ SGOT SGPT และ Triglyceride สูงขึ้นจากปกติ

——————————————-