Shop
Sale!

Quomem โควเมม ยาเลิกบุหรี่

2,100฿ 1,790฿

โควเมม 150 มก. 60 เม็ด (Quomem) ตัวยาบูโพรพิออน GlaxoSmithKline
Quomem ตัวยา Bupropion สำหรับรักษาอาการของโรคซึมเศร้าและใช้เป็นยาช่วยเลิกบุหรี่ จุดเด่นของยาคือไม่ก่อให้เกิดอาการข้างเคียงเรื่องน้ำหนักเพิ่มหรือสมรรถภาพทางเพศถดถอย
โควเมม 150 มก. 60 เม็ด (Quomem) ตัวยาบูโพรพิออน
Bupropion มีฤทธิ์ยับยั้งการเก็บกลับของ norepinephrine และ dopamine แต่ไม่มีผลต่อ serotonin neurotransmission ทำให้ bupropion ถูกจัดเป็นยาแก้ซึมเศร้ากลุ่ม norepinephrine and dopamine reuptake inhibitor (NDRI) จุดเด่นของบูโพรพิออนเมื่อใช้เป็นยาต้านอารมณ์ซึมเศร้าจะไม่ก่อให้เกิดอาการข้างเคียงเรื่องน้ำหนักเพิ่มหรือสมรรถภาพทางเพศถดถอยเหมือนยาต้านอารมณ์ซึมเศร้าตัวอื่น แต่ในทางกลับกันบูโพรพิออนกลับเพิ่มอาการข้างเคียงของการเกิดอาการชักในผู้ป่วยมากขึ้น จนบางช่วงเวลายานี้ได้ถูกเพิกถอนออกจากตลาดการค้า และต้องปรับลดขนาดการรับประทานลงมาเพื่อความปลอดภัยต่อผู้บริโภค

สอบถามข้อมูลและสั่งซื้อที่ https://line.me/ti/p/@acnotin

ตัวยาสำคัญ
Bupropion 150 mg

 

วิธีใช้
รักษาโรคซึมเศร้า
ผู้ใหญ่ : เริ่มต้นรับประทานยาที่ปริมาณ 100 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง เป็นเวลาอย่างน้อย 3 วัน และอาจเพิ่มเป็น 100 มิลลิกรัม วันละ 3 ครั้ง หรือหากอาการของผู้ป่วยไม่ดีขึ้นก็อาจเพิ่มปริมาณเป็น 150 มิลลิกรัม วันละ 3 ครั้ง โดยปริมาณการใช้ยาสูงสุดไม่เกิน 150 มิลลิกรัม วันละ 3 ครั้ง ยาชนิดออกฤทธิ์นาน ให้รับประทานยาปริมาณ 150 มิลลิกรัม วันละ 1 ครั้งในช่วงเช้า หากจำเป็นอาจเพิ่มปริมาณเป็น 150 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้งหลังผ่านไป 3 วัน และอาจเพิ่มปริมาณเป็น 200 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง หลังจากผ่านไปสองถึงสามสัปดาห์หากอาการยังไม่ดีขึ้น โดยปริมาณการใช้ยาสูงสุดไม่เกิน 450 มิลลิกรัมต่อการรับประทาน 1 ครั้ง

ผู้สูงอายุ : ยาชนิดออกฤทธิ์ทันที เริ่มต้นรับประทานยาที่ปริมาณ 37.5 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง
ยาชนิดออกฤทธิ์นาน เริ่มต้นรับประทานวันละ 100 มิลลิกรัม โดยอาจเพิ่มปริมาณยาขึ้นอีก 37.5-100 มิลลิกรัม ทุก 3-4 วัน ตามความสามารถในการทนต่อยาของผู้ป่วย โดยมีปริมาณการใช้ยาสูงสุดไม่เกิน 300 มิลลิกรัม/วัน และแบ่งใช้ยาเป็นหลายครั้ง

เลิกบุหรี่
ผู้ใหญ่ : ยาชนิดออกฤทธิ์นาน เริ่มต้นรับประทานยาที่ปริมาณวันละ 150 มิลลิกรัม/วัน เป็นระยะเวลา 6 วัน จากนั้นอาจเพิ่มปริมาณเป็น 150 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง ห่างกัน 8 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7-9 สัปดาห์ โดยปริมาณการใช้ยาสูงสุดไม่เกิน 300 มิลลิกรัม/วัน หากการรักษาไม่เห็นผลใน 7 สัปดาห์ ควรหยุดใช้ยา
ผู้สูงอายุ : รับประทานยาปริมาณ 150 มิลลิกรัม/วัน เป็นระยะเวลา 7-9 สัปดาห์

ข้อควรระวังเป็นพิเศษ
ไม่ควรใช้ยา Bupropion ในช่วง 14 วัน ก่อนหน้า หรือ 14 วันหลังจากใช้ยากลุ่มเอ็มเอโอไอ (MAOI) เช่น ยาไอโซคาร์บอกซาซิด ยาลีเนโซลิดยาเมทิลีนบลู ยาฟีเนลซีน ยาเซเลกิลีน เป็นต้น
ไม่ควรใช้ยานี้หากป่วยเป็นโรคลมชัก โรคความผิดปกติเกี่ยวกับการกิน เพิ่งหยุดใช้ยากันชัก ยากล่อมประสาท หรือเลิกดื่มแอลกอฮอล์อย่างกะทันหัน
ควรแจ้งให้แพทย์ทราบหากผู้ป่วยมีประวัติได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะ ดื่มแอลกอฮอล์ เป็นโรคลมชัก มีเนื้องอกที่ไขสันหลัง หรือกำลังป่วยเป็นโรคต้อหิน โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง หัวใจวาย เบาหวาน โรคตับ โรคไต โรคไบโพลาร์ หรือโรคความผิดปกติทางจิตชนิดอื่น ๆ
ในช่วงแรกที่เริ่มใช้ ยาอาจทำให้เกิดความคิดฆ่าตัวตายได้ โดยเฉพาะในวัยรุ่น ดังนั้น ควรแจ้งให้แพทย์ทราบหากมีอาการดังกล่าวหรือมีอารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป
ยาอาจทำให้ผลการตรวจปัสสาวะคลาดเคลื่อนได้ หากผู้ป่วยเข้ารับการตรวจหาสารเสพติดในปัสสาวะ ควรแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบว่าตนกำลังใช้ยานี้
ผู้ที่ตั้งครรภ์หรือกำลังวางแผนมีบุตร ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยานี้
ผู้ที่ให้นมบุตรไม่ควรรับประทานยานี้ เนื่องจากยา Bupropion สามารถซึมผ่านน้ำนมแม่และอาจทำให้เกิดอันตรายแก่ทารกได้

คำแนะนำเพิ่มเติม
อ่านฉลากแนะนำการใช้ยาให้ละเอียดและปฏิบัติตามคำสั่งแพทย์อย่างเคร่งครัด ไม่ใช้ยาในปริมาณมากหรือน้อยเกินกว่าที่ระบุ
ห้ามบด เคี้ยว หรือแบ่งยา แต่ให้รับประทานยาชนิดออกฤทธิ์นานโดยกลืนลงไปทั้งเม็ด
ผู้ป่วยที่มีปัญหาในการนอนหลับ ไม่ควรใช้ยานี้ก่อนนอน
หากลืมใช้ยาตามเวลาที่กำหนด เมื่อนึกขึ้นได้ให้รับประทานยาทันที แต่หากเป็นเวลาใกล้กับ
การรับประทานยาครั้งถัดไป ให้ข้ามไปใช้ยาในมื้อต่อไป ไม่ต้องเพิ่มปริมาณยาเพื่อทดแทน
ผู้ป่วยที่ใช้ยาโดยมีจุดประสงค์เพื่อรักษาโรคซึมเศร้า ไม่ควรใช้ยานี้เพื่อรักษาการเลิกสูบบุหรี่ควบคู่กันไปด้วย เนื่องจากการรักษาคนละขนาดกัน
ไม่ควรปรับเปลี่ยนปริมาณยาหรือหยุดใช้ยาอย่างกะทันหันด้วยตนเอง แต่ควรปรึกษาแพทย์ทุกครั้ง เนื่องจากผู้ป่วยอาจมีอาการผิดปกติจากการขาดยาได้ ยกเว้นกรณีที่ผู้ป่วยเกิดอาการชักขณะรับประทานยาชนิดนี้
หากสงสัยว่าตนอาจใช้ยาเกินปริมาณที่กำหนด ควรรีบไปพบแพทย์ โดยสังเกตได้จากอาการผิดปกติ เช่น เวียนศีรษะ คลื่นไส้ เคลื่อนไหวกล้ามเนื้อลำบาก เห็นภาพหลอน หัวใจเต้นเร็วหรือเต้นไม่สม่ำเสมอ หายใจไม่อิ่ม เป็นลม เป็นต้น

อาการข้างเคียงของยา
ปากแห้ง คัดจมูก เวียนศีรษะ คลื่นไส้ ท้องผูก นอนไม่หลับ วิตกกังวล ปวดข้อ เป็นต้น ทั้งนี้ หากอาการไม่ดีขึ้น อาการแย่ลง หรือมีอาการรุนแรงดังต่อไปนี้ ผู้ป่วยควรไปพบแพทย์ทันที

อาการแพ้ เช่น ลมพิษ หายใจลำบาก หน้า ปาก ลิ้น หรือคอบวม เกิดอาการทางผิวหนังที่รุนแรงอย่างผิวไหม้ เจ็บตามผิวหนัง มีผื่นสีแดงหรือม่วง เป็นต้น
มีอาการเกี่ยวกับดวงตา เช่น ปวดตา ตาบวม มองเห็นไม่ชัดเจน การมองเห็นแคบลง เป็นต้น
อารมณ์และพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงไป
หัวใจเต้นเร็ว หรือมีอาการชัก
มีอาการของโรคไบโพลาร์แบบตื่นตัวผิดปกติกำเริบ เช่น มีความคิดมากมายแล่นอยู่ในหัว อยู่ไม่สุข มีความสุขเป็นอย่างมาก พูดคุยมากกว่าปกติ หงุดหงิดมาก นอนไม่หลับอย่างรุนแรง เป็นต้น
การเก็บรักษา
เก็บยาในอุณหภูมิต่ำกว่า30 องศาเซลเซียส ในที่แห้งสนิทและพ้นแสง

หมายเหตุ: HonestDocs ไม่ได้ขายยา แต่จัดซื้อยาที่เภสัชกรจ่ายได้จากร้านขายยา และจัดส่งยาถึงที่หมายเพื่อความสะดวกของคุณ ในกรณีที่คุณหายาที่ต้องการใกล้ที่อยู่ไม่ได้ หรือป่วยหนักจนไม่สามารถออกไปซื้อยาได้ แต่หากมีอาการป่วยแนะนำให้ไปพบแพทย์

สอบถามข้อมูลและสั่งซื้อที่ https://line.me/ti/p/@acnotin